วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551

โชคดีอีกแล้วเรา

โชคดีจริงๆๆวันนี้มาถึงที่งานได้สักแป๊ปหนึ่ง
ฝนก็ตกเลย แถมตกหนักอีกด้วย ถ้าตกตอนขับรถมาแย่เลย
ก็เอามอตอร์ไซด์มาทำงาน (รถยนต์ไม่มีน้ำมัน)


โชคดีอีกแล้ว กลางวันก็มีคนเลี้ยงข้าว
แถมพี่ไก่ก็เอาเสื้อมาให้อีก 1 ตัว
ก็คุณเธอดันซื้อแล้วไม่ดูขนาดเสื้อ กับตัวเอง
ฉะนั้น ก็เสร็จเรา มรดกตกทอดอีกแล้ว

เฮ้อ วันนี้ก้าวขาออกจากบ้านได้ถูกข้างจริงๆ

*-*

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2551

อุณหภูมิความรัก

ความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกันก็คงเป็นอย่างนั้น...
คิดว่าอาจจะเพราะรักของแต่ละคน...อุณหภูมิ...ไม่เท่ากัน
ความรักของบางคน...อุณหภูมิสูงความรักของบางคน...
อุณหภูมิต่ำและก็ยังมีความต่างในรักของตัวเองรักให้เพื่อน...
อุณหภูมิหนึ่งรักให้ครอบครัว...อุณหภูมิหนึ่งรักให้คนรัก...
อุณหภูมิหนึ่งรักให้ทุกสิ่งรอบตัว...อุณหภูมิหนึ่ง

คุณอาจจะรักเพื่อนที่อุณหภูมิกลางๆ
แต่อุณหภูมิความรักที่ให้กับแฟนของคุณต่ำ
เมื่ออุณหภูมิกลางๆที่มีให้เพื่อนนั้นลดต่ำลงจากความรู้สึกที่ให้เพื่อน...จึงแปรเปลี่ยน
ไม่มีใครบอกได้ว่ารักที่อุณหภูมิไหนดีที่สุดเพราะรักที่อุณหภูมิสูง
ไม่ได้หมายความว่ารักนั้น "มากกว่า"และรักที่อุณหภูมิต่ำก็ใช่ว่าจะเย็นชาอย่างที่เห็น
คุณมีขอบเขตสำหรับอุณหภูมิที่คุณรับได้
และอุณหภูมิที่คุณสามารถให้ได้คุณอาจจะรักเขาด้วยอุณหภูมิสูงแต่สำหรับเขาแล้ว...

อุณหภูมิสำหรับรักแบบแฟนต้องกลางๆจึงอย่าแปลกใจ...
ที่เขาจะเห็นคุณเป็นเพียงเพื่อนหรือน้องสาวอย่าเสียใจ...
หากเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้เพราะคุณและเขาต่างมีรักให้กัน
เพียงแต่อุณหภูมิรักต่างกันเท่านั้นที่สำคัญคือรักต่างหาก

ถึงแม้จะเป็นรักต่างแบบแต่รักทุกแบบก็มีคุณค่าในตัวของมันเอง
อย่าเกี่ยงงอนไม่ว่าคุณจะได้รับรักแบบไหนมาก็ตาม
เพราะอุณหภูมิรักวัดเป็นตัวเลขไม่ได้
จึงต้องใช้หัวใจของคุณวัดสำรวจตัวคุณเอง

ให้ดีว่ารักแบบไหนของคุณใช้อุณหภูมิเท่าไหร่
แล้วค้นหาคนๆนั้นที่สามารถให้ความรักในอุณหภูมิที่พอดีกับคุณ
ในแบบแฟนและคุณก็ต้องให้ความรักอุณหภูมิพอเหมาะกับที่เขาต้องการ
ด้วยเช่นกันเมื่อพบแล้ว...
จงประคองอุณหภูมินั้นไว้ให้ดี

แล้วความรักของคุณจะไม่เปลี่ยนรูปแบบ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเพียงไหน
และถ้าคุณไม่อาจรักษาอุณหภูมินั้นไว้ได้
ก็ใช่ว่ารักจะหายไปไหน...มันยังคงอยู่...เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบ
สิ่งสำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียวจงจำไว้ว่า
"รักมีค่าในแบบของมันและรัก...คือรัก"

**--**

เหนื่อยกับการทำงานเหลือเกิน

ชีวิตคนทำงาน สุดแสนจะน่าเบื่อ
มีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึก
ต่างคนต่างจิตใจ คิดต่างๆ กัน ก็มีที่ต้องทะเลาะเบาะแว้ง
กันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราคนกลางนี่ซิ ทำใจลำบาก
ไม่รู้จะอยู่ฝ่ายไหน ยังไงก็เพื่อนกันทั้งนั้น เฮ้อ...

ไม่เคยเห็นมาก่อน...

ตั้งแต่อยู่เชียงรายมาจนโตถึงทุกวันนี้
ยังไม่เคยเห็นหมอกลงหนาขนาดนี้เลย
ขับรถมอไซด์มาทำงาน เสื้อเปียกหมดเลย
เหมือนกับว่าเปียกฝนอย่างงั้นแหละ
อุตส่าห์แต่งหน้ามาสวย ก็ดันมาโดนน้ำค้าง/หมอกตอนขับรถ
เสียหมดเลย ต้องมาแต่งใหม่ ยิ่งรีบๆ ไปประชุมที่โรงแรมอยู่ด้วย
เกือบไปไม่ทัน พอไปถึงที่โรงแรมก็โล่งใจ มีคนมายังไม่เยอะเท่าไหร่แฮะ
โชคดีไป นึกว่าจะมาสายซะแล้ว แต่ก็ยังมีคนบางคน...มาสายกว่าอีก

รู้สึกแปลกๆ ต้องนั่งกินข้าวกับระดับผู้บริหารทั้งนั้น เกร็งจนกินข้าวไม่อร่อยเลย
ก็แต่ละคน บิ๊กๆ ทั้งนั้น ถึงยังไงโชคก็ยังเข้าข้างให้เรามีคู่นั่งกิน
แบบไม่ต้องเกร็ง เพราะพี่แย้มก็มานั่งข้างๆ ค่อยยังชั่วหน่อย
*-*

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551

เบื่อ จริงจริ้ง...

ที่ทำงานวันนี้สุดแสนจะน่าเบื่อ เซ็งๆๆ
ทั้งคน ทั้งงาน น่าเบื่อ
มีแต่เรื่องวุ่นๆ ให้ปวดหัวมาถึงแต่เช้า
ผอ. ก็ใช้ให้พิมพ์คำสั่ง แก้ไขอยู่นั่นแหละ ไม่รู้สักเสร็จสักที
อีกแป๊บก็เรียกให้ไปแก้ เฮ้อ...เบื่อ งานธุรการก็มี ไม่ไปใช้
พอเกิดความผิดพลาดก็ว่าให้เรา ยุ่งวันนี้ประชาชนก็เยอะด้วย
เราก็ยุ่งต้องรับประชาชนด้วย แหมพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก ปวดหัวไปหมด
ต้องเตรียมเอกสารตั้ง 300 กว่าชุด ใส่กระเป่าไปโรงแรมอีก
เพราะพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า ไม่อยากไปเลย
แต่ก็ต้องทำเพราะมันคือหน้าที่ วันนี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อแบบบอกใครไม่ได้เลย