วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
คาถามหาเสห่ห์
คาถามหาเสน่ห์มีอยู่ ๔ ข้อ ๔ คำ คือ
๑.ไม่พูดปด
๒.ไม่พูดคำหยาบ
๓.ไม่พูดส่อเสียด
๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์ คำว่า “คาถา” นี่มาจากภาษาบาลี
แปลว่า “วาจาเป็นเครื่องกล่าว”
ก็หมายถึง คำพูดที่เราพูดไปเอง
คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ ภาษาบาลีท่านเรียกว่า “คาถา”
๑.ไม่พูดปด
๒.ไม่พูดคำหยาบ
๓.ไม่พูดส่อเสียด
๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์ คำว่า “คาถา” นี่มาจากภาษาบาลี
แปลว่า “วาจาเป็นเครื่องกล่าว”
ก็หมายถึง คำพูดที่เราพูดไปเอง
คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ ภาษาบาลีท่านเรียกว่า “คาถา”
ค ว า ม สุ ข ยิ้ ม ไ ด้
หากจิตใจดีในทุกขณะของการดำเนินชีวิต
ทุกวันย่อมมีโอกาสที่จะเต็มไปด้วยสิ่งที่ดีได้
ถึงแม่ว่าสิ่งเลวร้ายจะแผ้วผ่านเข้ามาบ้าง
แต่อย่างน้อยเราก็จะตระหนักรู้ว่า
ควรกลับมาเริ่มต้นที่จะผ่านสิ่งเลวร้ายเหล่านั้น ณ จุดใด
ความดีเป็นสิ่งที่ต้องทำ
ความดีไม่ใช่สิ่งที่ “ควร” ทำ แต่เป็นสิ่งที่ “ต้อง” ทำ
เพราะยิ่งมีความดีมากเพียงใด
ความดีเหล่านั้นย่อมมีพลังที่จะต่อต้าน ความชั่วที่ถาโถมเข้ามาได้
ถึงแม้ในเบื้องต้นอาจอ่อนกำลัง
จากการขับเคี่ยวกับความชั่วร้าย
แต่ก็เชื่อว่าช่วยทัดทานให้สิ่งร้ายๆ เดินทางช้าลง
คนที่สามารถยกระดับจิตให้อยู่เหนืออารมณ์ได้
ไม่ว่าสิ่งที่ดีหรือร้ายจะผ่านเข้ามา
สิ่งเหล่านั้นก็เป็นเสมือนครูคนหนึ่ง
ที่แวะผ่านมาเตือนลูกศิษย์ให้มีความรู้
ซึ่งอาจจะเป็นคำชมหรือไม้เรียวที่ฟาดลงไปอย่างหนักๆ
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ชีวิตนี้มีตาที่สว่าง
ในการมองเห็นคุณค่าที่มีอยู่ในตน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











