วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

อายุเป็นเพียงตัวเลข

ตรวจสุขภาพประจำปีอีกรอบแล้ว
รอบนี้มีเครื่องตรวจสุขภาพรุ่นใหม่มาด้วย
เรียกว่าเครื่องตรวจวัดมวลกาย
ชื่อภาษาอังกฤษไรมะรู้ จำมะได้
รู้แต่ว่า คล้ายๆ เครื่องชั่งน้ำหนัก
แต่จะมีสายโยงยาวๆ ต่อกับที่จับมือ
เพื่อให้เรายืนตัวตรงแล้วจับที่จับมือ ยืดแขนไปข้างหน้า
ถือไว้สักครู่ รอเครื่องประมวลผลทำงาน ประมาณ 3 นาที
ก็ดีนะประมวลผลเร็วดี
เรายังอ่านผลไม่ค่อยรู้เรื่อง ให้พี่อ้วนอ่านค่าประมวลให้
เพราะพี่เค้าเป็นพยาบาลแล้วดูแลเรื่องนี้อยู่
ทุกคนอึ้งคะ คิคิ อายุร่างกายแค่ 20 เอง
แต่โดนแซวค่ะ ว่า.... อายุสมองป่าว 20 เนี่ย แหมๆๆว่าเรานะ
ไม่มีปัญหาเรื่องไรเลย ไขมันส่วนเกินก็ไม่มี
แต่บางคนคงไม่อยากรู้ เพราะเครื่องนี้จะบอกทุกอย่าง
ไขมันส่วนเกิน ทุกๆ ส่วนในร่างกายของเรา
เอ.... จำไม่ได้แล้วว่ามีไรอีกบ้าง
ต้องรอใบประมวลผลจากพี่อ้วนก่อน
เพราะแกจะเอาไปคีย์ข้อมูลถ้าเสร็จแล้วค่อยเอาผลมาให้อีกที
คงต้องคุยกันอีกยาว เพราะไม่ค่อยเข้าใจศัพท์ทางแพทย์เท่าไหร่

สบายๆ

กลับมาก็ไม่ได้ทำไรเลย
นอกจากเก็บผ้าซัก ทำความสะอาดห้อง
เหนื่อยมากมาย ร้อนด้วย

เตรียมตัวมาทำงานต่อ

นึกว่าไปกรุงเทพครานี้จะไม่ได้ไปไหนซะแล้ว
ถ้าเราไม่บ่นนะ คงได้แต่เฝ้าแฟตอยู่ทั้งวัน
ดี ยังได้ไปเล่นเครื่องเล่นที่ดรีมเวิลล์อยู่




ได้ปลดปล่อยอารมณ์บ้างก็ดีนะ
เล่นมันทุกอย่างที่ขวางหน้า
เล่นเฉพาะไอ้ที่มันเสียวๆ ซะใจดี





เรือไวกิ้งเนี่ย นึกว่าจะไม่เท่าไหร่
แต่ไหงได้ ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
ลงมาจะอ๊วกซะให้ได้

ส่วนนี่ก็ใชย่อย
เรียกว่าพรมวิเศษ
ลงมาอาการก็คล้ายกับนั่งเรือเลย ท้องไส้ไม่ไหวจะอ๊วก




นี่เลย ห้องสโนว์ หนาวเย็นถึงขั้วหัวใจ
หนุกหนานดี แต่บัตรค่าเข้าแพงไปหน่อย




อันนี้ก็มันนะ โกคลาส
ง่ายๆ ก็รถแข่งนี่เอง มันส์สุดๆ
ไม่เคยได้ทำไรแบบมันส์ แบบนี้มาก่อนเลย
ครั้งแรกในชีวิต โห มันมาก



แต่ไม่มีไรสู้อันนี้ได้เลยนะ
นึกว่าจะไม่มีชีวิตรอดลงมาซะแล้ว
รถไฟเหาะเลย หุหุ
ไม่ช่ายว่าไม่เคยเล่นนะ
ปีที่แล้วก็เล่นไปรอบแล้ว
แต่ปีที่แล้วแล่นแต่รถไฟอันเดียว
เพราะลงจากรถไฟก็ไม่เล่นไรเลย
เนื่องจากว่า หัวใจจะวาย แข้งขามันอ่อนไปหมด
กลับมาปีนี้เลยขอเล่นเป็นอันสุดท้าย
ผลที่ออกมาคือเหมือนเดิม สภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่
เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดซะแล้ว กรี๊ดจนไม่รู้จะกรี๊ดไงละ
แต่ขอบอกว่า หนุกสุดๆ



ส่วนอันนี้รถเจ้าคุณปู่ ของเล่นเด็กๆ เค้า

อันนี้แหละ ไม่กล้าเล่น กลัวมาก
กลัวว่าขืนไปเล่นแล้วจะไม่มีชีวิตกลับเชียงราย
เฮอริเคน น่ากลัวจริงๆ แค่เห็นก็สยองแล้ว





ไอ้ที่วางแผนไว้ จะไปอัมพวา อด
ก็ยังเสียดายอยู่เนี่ย
แต่จะต้องหาทางไปให้ได้ รับรอง หุหุ

หนักไหม?...เหนื่อยไหม?

วัน ๆ หนึ่งของชีวิตเรา.....

ต้องคิด และทำอะไรหลายอย่าง

ทุก ๆ อย่างที่เราต้องทำ ต้องคิด......

มักอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เราบอกตัวเองว่า "เพราะความจำเป็น"

จำเป็นที่ต้อองทำ จำเป็นที่ต้องคิด

ทำ ๆ ไป คิด ๆ ไปตามความเคยชิน.....

ที่เราป้อนข้อมูลเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้

ทั้งความคิดและการกระทำของเรา....

จึงเหมือนโซ่ตรวน ที่ล่ามเราไว้

ไม่ให้มีอิสระจากความเคยชิน

เหนื่อยไหม?....หนักไหม?

หยุดคิด เพื่อพิจารณาสักนิด

เลือกคิด เลือกทำ.....

ในสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ

ปล่อยวางความคิด และการกระทำที่ไร้สาระ

ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ เลือก......

เพื่อปลดโซ่ตรวนบางตัวออกไป

แล้วเราจะได้รู้ว่า ชีวิตเราเบาสบายขึ้น

และยังเหลือพลังงานไว้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ

เพื่อตนเอง และเพื่อนร่วมสังคมได้อีก

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

ไฮโซบ้านนอก คิคิ

นานๆ ทีจะได้เข้ากรุงเตบ
ความจริงก็จะว่าไปก็ไม่ค่อยหนุกนะ
ไม่ค่อยชอบไอ้ที่รถติด ควันดำ เบื่อ
แต่ก็ต้องมา รอบก็มาสอบอีกตามเคย
ม่ายรู้จะผ่านอีกป่าว แต่ก็ต้องสู้กันไป
มาตั้งแต่วันศุกร์เช้าละ
รอบนี้ถึงเร็วดีแฮะ ไม่ถึง 45 นาทีถึงนะ
เท่าที่ที่ดูตางรางเวลาก็ถึงเร็วกว่ากำหนดด้วยนะ
เที่ยวนี้ผู้โดยสารไม่ค่อยเยอะ ชาวต่างชาติไม่มาก
เลยไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่
เจอเพื่อนแอร์ที่ไม่ได้เจอกันนานเลย
แต่ไม่ได้คุยกันได้แต่ยิ้มอย่างเดียว เพราะกำลังยุ่ง เลยไม่ได้เข้าไปทัก
การเดินทางก็โอเค ไม่มีปัญหาเท่าไหร่
นั่ง shuttal Bus ไปต่อศูนย์การขนส่ง แล้วก็ต่อรถตู้ไปลงดอนเมือง
รอผู้หมวดพากษ์มารับ แล้วทำไมไม่ไปลงดอนเมืองเลยก็มะรู้
ก็จองตั๋วแล้ว แต่มันลงทีสุวรรณภูมิ ก็มะเป็นไร ไปมันทั้งสองที่เลย
มากรุงเตบสองวันละ แต่มะได้ไปแอ่วไหนเลย
วันแรกมาถึง ก็เข้าแฟตตำรวจหมวดพากษ์ก่อน
อากาศก็ร้อน หมวดก็ยังทำงานไม่เสร็จ เลยต้องนั่งๆ นอนๆ รอจนหลับไปตอนไหนมะรู้
ตื่นมาอีกที ห้าโมงเย็นเลย หมวดเลิกงานก็พาไปนั่งกินซีฟู้ดกัน
อร่อยดี ไอ้หมวดบ้า ว่าจะพาไปเลี้ยง ดั้นลืมเอาเป่าตังไป
สรุปพี่มันเลี้ยงเอง คิคิ อร่อยดี กุ้งตัวเบ้อเร่อ ไว้พาไปกินอีกนะ

กินเสร็จก็แวะไปบ้านอากันต่อ
เอ... ไม่ได้เรียกว่าแวะแล้วมั้ง จากบางเขน แล้วเข้าไปพุทธฆณฑลกันต่อ
ไปนั่งรอนอาอีก อาเลิกงานสี่ทุ่ม โอ กว่าจะได้เจอกันปาเข้าไปสี่ทุ่มสิบห้า
เค้าทำโอกันขนาดนี้เลยเหรอ ขยันกันจริงๆ
นั่งคุยกันไป ก๊งเหล้ากันไป ไอ้เราก็นั่งรอ นอนรอ หลับไปหลายรอบ
ออกบ้านอาก็ตีสามครึ่ง หมวดดันจำทางกลับไม่ได้ ก็สุ่มๆ มากัน
แต่ก็ถึงแฟตอย่างปลอดภัย ด้วยเวลาตีสี่ครึ่ง
ไม่อาบแล้วน้ำนะ ล้างหน้าอย่างเดียวแล้วก็นอนเลย ง่วงสุดๆ
ตื่นอีกที เก้าโมงเช้า โอยง่วงจังเยย.....

เก็บของเตรียมตัวไปบ้านพี่เก๋ต่อ
เบื่อกับการเดินทางจริงๆ เลย

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

ต้องไหวสินะ


ศรัทธา - หินเหล็กไฟ

ไม่มี ก็คงต้องมีสักวัน
ความฝันเป็นจริงต้องทนสู้ไป
ไม่นาน เราคงจะได้สมใจ
มุ่งมั่น ทุ่มเทเพียงใดกว่าจะได้มา

เส้นชัย ไม่มาต้องไปหามัน
รางวัล มีไว้ให้คนตั้งใจ
ขวากหนาม ทิ่มแทงก็ผ่านพ้นไป
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ

ที่มา รู้ดีไม่รู้ที่ไป คนเรามันเลือกเกิดเองไม่ได้
แต่เราเลือกได้จะเป็นเช่นไร
เลือกได้จะทำตามใจด้วยตัวของเรา
หลายคน เชื่อในเรื่องโชคชะตา
บางคนเชื่อมั่นในตัวเอง
ชีวิต เรากำหนดของเราเอง
จะแพ้ชนะไม่เกรงจะสักเท่าไร

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ

เรื่องราวมากมายที่ทำ ได้ใจโอบก็หวั่นไหว
แต่ก็มีเหตุผลสำคัญ ให้บางคนยอมถอดใจ เย.......

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ